Yeah, just another downfall.
Everything is happening simultaneously.
Difficult time, I can say.
The best I can do for now is just staying calm.
I just hope that the storm will pass over soon.
*sigh…
Yeah, just another downfall.
Everything is happening simultaneously.
Difficult time, I can say.
The best I can do for now is just staying calm.
I just hope that the storm will pass over soon.
*sigh…
รู้จัก 575 มานานแล้ว
แต่เพิ่งจะได้รู้ว่า 575 จริงๆแล้วเป็นยังไง
ตอนนี้อยากรู้จัก 575 ให้มากขึ้น
เผื่อเราจะเข้ากันได้ดีกับ 575
เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า
夜のような
秘密があるか
その瞳
เปรียบเช่นราตรี
มีนัยยะอันใด
นัยน์ตาคู่นั้น
冬になる
風が吹いている
とても寒い
เหมันต์มาเยือน
ลมหนาวลอยเลื่อน
ยะเยือกเย็นกาย
寂しさや
初めて感じる
冬が来た
ความเหงาเปล่าเปลี่ยว
ครั้งแรกที่ได้รู้สึก
เมื่อฤดูหนาวมาเยือน
夢の中
両手つないでいる
太陽昇る
ภายในความฝัน
เพียงสองมือประสาน
พระอาทิตย์ขึ้น
心から
その言葉言って
春になる
จากดวงหฤทัย
เพียงเอ่ยคำนั้นออกไป
กลายเป็นวสันตฤดู
人間の人生
流れて続く
きれいな川
ชีวิตมนุษย์
เลื่อนไหลเรื่อยเรื่อย
สายน้ำอันงดงาม
วันนี้พอก่อนแค่นี้แล้วกัน ไว้เจอกันใหม่นะ 575
มนุษย์ติดต่อกันได้รวดเร็วสะดวกสบายเพราะมีระบบการสื่อสารที่ทันสมัย
จนมีบางคนกล่าวว่าคนเราให้คุณค่ากับความสัมพันธ์น้อยลงเพราะติดต่อกันได้ง่ายขึ้น
แท้จริงแล้วทุกอย่างไม่ได้เปลี่ยนไป
ความสัมพันธ์ไม่ได้มีคุณค่าน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
การได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่สามารถจับต้องได้
หากมาจากบุคคลอันเป็นที่รักของตน คุณค่าของมันก็ไม่ต่างกับจดหมายที่เขียนในกระดาษ
การพูดคุยผ่านโปรแกรมสนทนาอย่าง MSN ก็มีคุณค่า เพราะคุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่คนที่กำลังสนทนาด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์นั้นมีคุณค่าน้อยลงนั้น อาจเป็นเพราะเราได้รับมันง่ายและเร็ว
ในเมื่อสิ่งดีๆอย่างความสัมพันธ์มันมาถึงง่ายๆ ใครๆก็อยากจะได้เยอะๆเป็นธรรมดา
อยากคุยกับเขาให้มากขึ้น อยากติดต่อกับเขาให้มากขึ้น
จนเราเคยชินกับการปฏิสัมพันธ์ตลอดเวลา
เมื่อเราขาดมันไปก็ทำให้เรารู้สึกเหงาเอาง่ายๆ
…
สีเทาของความเหงาบนโลกใบนี้จึงชัดเจนยิ่งขึ้นในใจของเรา
เหล่ามนุษย์ผู้อาศัยอยู่บนโลกหลากสีสัน
…
ข้าพเจ้า
เบื่อ
ความอ่อนแอของตนเองเป็นอย่างยิ่ง
ข้าพเจ้า
เข้าใจ
ทุกคนมีความอ่อนแอ
ข้าพเจ้า
เพียงเบื่อ
ความอ่อนแอที่แสดงออกมาผิดที่ผิดเวลา
…
ทุกสิ่งที่มีตัวตนบนโลกใบนี้ล้วนแต่มีชื่อเรียก
สี่เหลี่ยมบางๆที่เราใช้ขีดเขียนเรียกว่ากระดาษ หนาๆนุ่มๆที่เรานั่งเรียกว่าโซฟา เล็กๆมากมายตามชายหาดเราเรียกว่าเม็ดทราย แต่ละสิ่งล้วนมีชื่อเรียกทั้งนั้น ตามแนวความคิดอันซับซ้อนยุ่งยากที่เรียกว่าหลักไวยากรณ์ทางภาษาของสิ่งมีชีวิตที่มีสองแขน สองขา สองหู สองตา หนึ่งจมูก หนึ่งปาก และหนึ่งสมองที่ซับซ้อนกว่าชาวบ้าน หรือเรียกสั้นๆว่ามนุษย์นั้น เราเรียกคำเรียกเหล่านี้ว่า “คำนาม”
แต่วันนี้ไม่ได้จะมาเขียนเกี่ยวกับคำนามหรอก ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่า “สรรพนาม”
สรรพนามคือคำที่ใช้เรียกแทนคน สัตว์ สิ่งของเช่นเดียวกับนาม แต่ออกจะเรียกแบบหยาบๆไปนิดเพราะสรรพนามคือการเหมารวม ต่างกับนามที่ทำหน้าที่สร้าง “เอกลักษณ์” ให้กับสิ่งนั้นๆ จะไม่ให้บอกว่าสรรพนามชอบเหมารวมได้อย่างไรกันล่ะ ในเมื่อสมชาย สมรักษ์ บ๊อบ ปีเตอร์ จะชาติไหนก็ตามถ้าเป็นผู้ชายก็ถูกเรียกว่า “เขา” หมด โดนัท เบเบ้ หรือใครๆที่เป็นผู้หญิงก็จะถูกเรียกว่า “เธอ” ทั้งหมด ทีนี้ถ้าเป็นสิ่งไม่มีชีวิตหรือถึงมีชีวิตแล้วมนุษย์จัดให้อยู่ต่ำกว่าก็จะถูกเรียกว่า “มัน” (ที่ไม่ใช่เผือก) เห็นกันได้ชัดๆว่าสรรพนามเป็นพวกชอบเหมารวมจริงๆ
อันนี้กล่าวถึงกรณีของสรรพนามที่ใช้เรียกบุคคลที่สามนะ จริงๆแล้วสรรพนามก็มีมุมละเอียดอ่อนอยู่เหมือนกันนั่นแหละ
ถึงแม้สรรพนามจะทำให้สิ่งที่เรียกว่า “เอกลักษณ์” หายไปจากสิ่งนั้นๆ แต่ “อัตลักษณ์” ที่อยู่ในสิ่งนั้นๆก็ยังคงสะท้อนออกมาผ่านทางสรรพนามได้อยู่ดี เพราะนอกจากสรรพนามจะเอาไว้เรียกหรือใช้กล่าวถึงบุคคลอื่นแล้ว สรรพนามยังถูกนำมาใช้แทนตัวของผู้พูดเองด้วย ถึงแม้สมชายจะไม่ได้แทนตัวเองด้วยชื่อเวลาคุยกับคนอื่น แต่ผู้ฟังก็รับรู้ได้ทันทีว่า “ผม” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเส้นขนสีดำๆบนหัวที่มีมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ละบุคคล แต่ “ผม” หมายถึงการมีตัวตนอยู่ของสมชายต่างหาก
นอกจากจะมีตัวตนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่าตัวตนนั้นเป็นอย่างไร
สรรพนามแทนตัวแสดงอัตลักษณ์ อัตลักษณ์คือลักษณะของการมีอยู่ และความหลากหลายของสรรพนามทำให้สะท้อนลักษณะของการมีอยู่ได้ชัดเจนขึ้น “ผม” สะท้อนให้เห็นตัวตนของผู้ชายที่มีความสุภาพ “ฉัน” สะท้อนความเป็นกลาง “กู” แสดงความไม่สุภาพหรือความเป็นกันเอง เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามเราจะเห็นว่าคนๆหนึ่งจะใช้คำสรรพนามแทนตัวหลายแบบตามวาระโอกาสและคนที่กำลังคุยอยู่ด้วย
จึงกล่าวได้ว่าอัตลักษณ์ของคนเราจึงไม่คงที่
…
โอ้ว สรรพนามบอกอะไรได้มากขนาดนี้เชียว
รายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี่ก็สำคัญเหมือนกันนะเนี่ย
…